ลักษณะของช้างดี

    ช้างที่มีลักษณะดีจะมีรูปร่างใหญ่โตแข็งแรง หัวโต แก้มเต็ม หน้าผากกว้าง ดวงตาแจ่มใส ขาแข็งแรง บริเวณกลางหลังจะสูงเล็กน้อย แล้วลาดลงอย่างสม่ำเสมอไปทางหาง ลักษณะของหลังช้างเช่นนี้ เรียกว่า "แปก้านกล้วย" เป็นลักษณะของหลังช้างที่ดีที่สุด เวลายืนหัวจะเชิดขึ้นดูสง่า งามจะยื่นออกมาสม่ำเสมอ ไม่บิดเบี้ยว และไม่ห่างกันเกินไป ชายใบหูเรียบ ไม่ฉีกขาด ช้างที่มีสุขภาพดีจะยืนแกว่งและพับหูไปมาอยู่เสมอ เล็บเท้ามีเหงื่อซึมจากโคนเล็บ สังเกตได้จากรอยเปียกของฝุ่นที่เกาะบริเวณเท้าช้าง
    ส่วนช้างที่มีลักษณะไม่ดี เรียกว่าลักษณะต้องเสนียด เสนียดของช้างหมายถึง ลักษณะหรือรูปร่างและท่าทางของช้างที่อาจส่งผลร้ายแก่ผู้เป็นเจ้าของ เช่น ทำให้กิจการขาดทุน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ เสนียดต่าง ๆ เช่น ช้างที่แสดงอาการชูงวงขึ้นสูงและเอางวงยัดเข้าปาก เรียกว่า "กินนมฟ้า" ช้างที่ยืนโยกตัวไปด้านหน้าด้านหลัง ยกหัวขึ้นลงเสมอ และแกว่งขาหลังไปด้วย เรียกว่า "หัวตำข้าว" เป็นต้น ทั้งนี้ เสนียดของช้างอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น
    การใช้ประโยชน์จากช้าง เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่โต และมีกำลังมากกว่าคนหลายเท่า จึงมีการนำช้างมาใช้ประโยชน์มากมาย ตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น ใช้ในการศึกสงคราม ใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ ใช้ในการคมนาคมขนส่ง การอุตสาหกรรมป่าไม้ รวมถึงการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ เป็นต้น
    ช้างในการคมนาคมขนส่ง ช้างสามารถเดินบุกป่าข้ามลำคลอง และขึ้นเขาได้อย่างคล่องแคล่ว การใช้ช้างเดินป่าจะใส่แหย่งลงบนหลังช้าง เพื่อใช้บรรทุกคนและสิ่งของได้ แหย่งส่วนมากทำจากไม้สัก มีความยาวไม่เกินส่วนกว้างของลำตัว และมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่แกว่งไปมาเมื่อช้างเดิน ขาของแหย่งต้องมีขนาดพอดีกับสันหลังช้าง ช้างสามารถบันทุกของหนักได้ประมาณ 100 กิโลกรัม โดยสามารถเดินด้วยความเร็ว 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ประมาณวันละ 20 กิโลเมตร ในสมัยก่อนข้าราชการใช้ช้างเป็นพาหนะในการตรวจเยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นต่าง ๆ มาจนถึงสมัยรัชการที่ 5 จึงยกเลิกไป
    ช้างในอุตสาหกรรมป่าไม้ อุตสาหกรรมป่าไม้ของไทย เริ่มขึ้นในช่วงก่อนสงครามครั้งที่ 2 ประมาณ 100 ปีเศษมาแล้ว โดยมีบริษัทจากยุโรป 5 บริษัท เข้ามาดำเนินกิจการ คือ บริษัท ยอร์เนียว จำกัด บริษัท บอมเบย์เบอร์ม่า จำกัด บริษัท แองโกลไทย จำกัด บริษัท หลุยส์ทีเลียวโนเวนส์ จำกัด และบริษัท อีสต์เอเซียติก จำกัด บริษัทเหล่านี้ได้รับสัมปทานป่าไม้สักจากรัฐบาลอย่างน้อยบริษัทละ 2 รอบ รอบละ 30 ปี และบริษัทละ 3 รอบ รอบละ 45 ปี ส่วนกองทำไม้ กรมป่าไม้ ของรัฐบาลไทย เข้าดำเนินกิจการการป่าไม้ในป่าจำนวน 3 แห่งในจังหวัดแพร่และลำปาง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น